เตือนชาวพัทลุงคาดระดับน้ำสูงขึ้น

กรมชลฯ ชี้แจงกรณีอ่างเก็บน้ำท่าแนะ น้ำล้นอ่างฯ ทำให้เกิดน้ำท่วม เตือนระดับน้ำสูงขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่อง นายทองเปลว กองจันทร์ ช่วยราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดพัทลุงวัดปริมาณฝนสูงสุดระหว่างเวลา 07.00 – 18.00 น. ของวานนี้ (25 พ.ย.) บริเวณประตูระบายน้ำท่าแนะ อำเภอศรีบรรพต 153 มิลลิเมตร ทั้งนี้ ประตูระบายน้ำท่าแนะเป็นประตูระบายน้ำที่สร้างกั้นคลองท่าแนะ ไม่ใช่อ่าง

เก็บน้ำตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด จึงไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ เมื่อมีฝนตกตอนบนของลุ่มน้ำ ทำให้มีปริมาณน้ำไหลมาในคลองท่าแนะจำนวนมากและไหลล้นออกทางระบายน้ำล้น(Spillway) สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร เกิดการกัดเซาะตลิ่งบริเวณด้านท้ายทางระบายน้ำล้นจุดที่ไหลไปบรรจบกับลำน้ำเดิม

ประกอบกับมีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลผ่านประตูระบายน้ำลงสู่คลองท่าแนะ จนเกินความจุของคลองที่จะรับได้ ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตรและเส้นทางสัญจรในเขตอำเภอควนขนุน บริเวณตำบลชะมวง ตำบลดอนทราย เทศบาลตำบลควนขนุน ระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 15 – 30 เซนติเมตร ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำแผงเหล็กมาปิดกั้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมเตือนประชาชนให้เร่งอพยพสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นไว้ที่สูง เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มระดับอย่างต่อเนื่องไปแล้วก่อนหน้านี้

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพัทลุง วันนี้ (26 พ.ย.) ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณฝนสูงสุดที่สถานีฝายควนกุฎิ ตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน 224 มิลลิเมตร และบริเวณประตูระบายน้ำท่าแนะ ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต วัดได้ 211.3 มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำจากเทือกเขาบรรทัดและปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเฉลี่ยประมาณ 10 – 40 เซนติเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบ 246 หมู่บ้าน 27 ตำบล 6 อำเภอ คาดว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โครงการชลประทานพัทลุงแจ้งเตือนภัยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 9 เครื่อง ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง เพื่อเร่งระบายน้ำหากเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.